
…#เรื่องเล่าคดีความ by ทนายจ๊ะ ฅนว่าความ Ep-84 “เงินบริษัทหาย แล้วลูกจ้างถูกกล่าวหาว่ายักยอก…แค่เงินขาดบัญชีก็มีความผิดแล้วหรือ?”
สมมุติบริษัทตรวจบัญชีแล้วพบว่ายอดรับเงินไม่ตรงกับยอดนำส่ง คนที่รับเงินหรือทำบัญชีมักถูกเรียกมาถามก่อน เรื่องแบบนี้ผมจะเริ่มจากไล่ดูว่าเงินขาดจริงหรือลงบัญชีคลาดเคลื่อน ใครรับเงิน และส่งต่อให้ใคร เพราะยอดที่ขาดเพียงอย่างเดียวยังบอกไม่ได้ว่าใครยักยอกครับ
ถ้ากล่าวหาว่ายักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ต้องมีหลักฐานว่าลูกจ้างครอบครองเงินของบริษัทอยู่ แล้วเบียดบังเอาเงินนั้นเป็นของตัวเองหรือของคนอื่นโดยทุจริต ส่วนถ้าบริษัทมอบหมายให้จัดการทรัพย์สิน ต้องดูอีกประเด็นตามมาตรา 353 ว่าลูกจ้างทำผิดหน้าที่โดยทุจริตจนเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ทางการเงินของบริษัทหรือไม่
ถ้าเจอยอดเงินขาด ลองเอาใบรับเงิน หลักฐานนำส่ง และรายการเดินบัญชีช่วงเดียวกันมาเทียบกันก่อน ส่วนลูกจ้างที่ถูกกล่าวหา ควรเก็บหลักฐานที่ตนมีสิทธิเข้าถึง เช่น ใบส่งมอบเงินหรือข้อความสั่งงาน หากตำรวจเรียกไปให้ปากคำ ให้ถามก่อนว่าเรียกในฐานะอะไร ถ้าเป็นผู้ต้องหา ควรคุยกับทนายก่อนให้ปากคำครับ
มีเรื่องใกล้เคียงกับบทความนี้?
ส่งลำดับเหตุการณ์และเอกสารสำคัญให้สำนักงานตรวจเบื้องต้น หรือนัดเข้าพบเพื่อประเมินเป็นรายกรณี
LINE Official @lawyer_jaa โทร 097 131 5551บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้กฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะคดี
