
…#เรื่องเล่าคดีความ by ทนายจ๊ะ ฅนว่าความ Ep-76 “ลูกหนี้ไม่คืนเงิน เจ้าหนี้เลยยึดโทรศัพท์ไว้แทนหนี้…ทำได้ไหม?”
เรื่องแบบนี้มีคนเข้าใจผิดกันเยอะครับ สมมุติเพื่อนยืมเงินเราไป 30,000 บาท ถึงกำหนดแล้วไม่คืน ทวงหลายครั้งก็ผลัดไปเรื่อย วันหนึ่งไปเจอกันแล้วเห็นโทรศัพท์ราคาแพงของลูกหนี้วางอยู่ เจ้าหนี้เลยหยิบมาเก็บไว้แล้วบอกว่า เอาเงินมาคืนเมื่อไรก็ค่อยมาเอาโทรศัพท์คืน หลายคนคิดว่าในเมื่อเขาเป็นหนี้เราจริง และโทรศัพท์ก็มีราคาใกล้เคียงกับยอดหนี้ ก็น่าจะยึดไว้ก่อนได้ แต่จริง ๆ การเป็นเจ้าหนี้ทำให้เรามีสิทธิเรียกเงินคืน ไม่ได้ทำให้เรามีสิทธิไปหยิบทรัพย์ของลูกหนี้มาเป็นหลักประกันเองครับ
กฎหมายมีเรื่อง “สิทธิยึดหน่วง” อยู่ก็จริง แต่ไม่ใช่ว่ามีหนี้กันแล้วจะยึดของอะไรก็ได้ เช่น ถ้าเราครอบครองทรัพย์ของอีกฝ่ายอยู่โดยชอบ และมีหนี้ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์ชิ้นนั้น กฎหมายอาจให้ยึดหน่วงทรัพย์ไว้จนกว่าจะได้รับชำระหนี้ได้ แต่กรณีลูกหนี้ติดเงินเราอยู่ แล้วเราไปหยิบโทรศัพท์ รถ หรือทรัพย์อย่างอื่นของเขามาเอง เป็นคนละเรื่องกันครับ
เพราะฉะนั้น ถ้าลูกหนี้ไม่จ่าย อย่าใช้อารมณ์ไปหยิบโทรศัพท์ ยึดรถ ขนของ หรือเอาทรัพย์ของเขาไปขายหักหนี้เองครับ ทางที่ถูกคือเก็บสัญญากู้ สลิปโอนเงิน แชตที่รับว่าเป็นหนี้ และหลักฐานการทวงถามไว้ให้ครบ แล้วใช้สิทธิเรียกชำระหนี้ตามขั้นตอน หากฟ้องคดีจนมีคำพิพากษาแล้วลูกหนี้ยังไม่ชำระ จึงเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีเพื่อยึดหรืออายัดทรัพย์ตามกฎหมาย ส่วนกรณีลูกหนี้สมัครใจนำทรัพย์มามอบไว้เป็นประกันหรือมีข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์โดยเฉพาะ ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อตกลงนั้นแยกต่างหากครับ
มีเรื่องใกล้เคียงกับบทความนี้?
ส่งลำดับเหตุการณ์และเอกสารสำคัญให้สำนักงานตรวจเบื้องต้น หรือนัดเข้าพบเพื่อประเมินเป็นรายกรณี
LINE Official @lawyer_jaa โทร 097 131 5551บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้กฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะคดี
